สช. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนนักเรียนพิการในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ

15 ก.ย. 66 เวลา 14:32 น.342 ครั้งพิมพ์
นายฐิติวัจน์ ชัยกิมานนท์
กลุ่มเลขานุการกรม

วันนี้ (15 ก.ย. 66) นายทวีศักดิ์ อำลา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนนักเรียนพิการในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ ณ โรงแรมบางกอกพาเลส เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมีนางภัทราพรรณ เล็งวัฒนากิจ ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา ผู้บริหารและครูในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ เข้าร่วมอบรมจำนวนทั้งสิ้น 57 คน จาก 16 โรงเรียน

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ทั้งเด็กปกติและเด็กที่มีความต้องการพิเศษได้เรียนร่วมกัน โดยเน้นการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องมีความรู้ ศึกษาค้นคว้า หรือฝึกอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ลักษณะของความต้องการพิเศษแต่ละประเภท เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้และให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา ชี้แนะแนวทางการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนพิการได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนนักเรียนพิการในวันนี้ จะช่วยให้ผู้บริหารและครูที่เข้าอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ มีแนวทางในการดูแล และช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษแต่ละประเภท ได้รับการพัฒนาและการช่วยเหลืออย่างเต็มที่และทั่วถึง ส่งผลให้ผู้เรียนทุกคนได้เติบโตขึ้นอย่างเต็มศักยภาพ สามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

นางภัทราพรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การอบรมในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร. สมบูรณ์ อาศิรพจน์ และคณะ มาเป็นวิทยากรให้กับครูโรงเรียนการศึกษาพิเศษ จัดทำหลักสูตรการอบรมและประสานผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษาพิเศษร่วมเป็นวิทยากร โดยกำหนดจัดการอบรมเป็นเวลา 3 วัน คือ วันที่ 15 – 17 กันยายน 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษแต่ละประเภท สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตรงตามความต้องการจำเป็นพิเศษเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาพิเศษ และมีความพร้อมที่จะพัฒนาผู้เรียน ให้ได้รับการศึกษาและการพัฒนาตนเองให้เท่าเทียมกับเด็กปกติทั่วไป สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข มีคุณค่าและศักดิ์ศรี สามารถที่จะให้ความร่วมมือในการพัฒนาประเทศได้